ทำไมต้องอบรมหลักสูตร จป.หัวหน้างาน จป.บริหาร คปอ.

ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการเป็น จป.หัวหน้างาน จป.บริหาร คปอ. จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของความปลอดภัยอย่างกว้างขวาง เพื่อจะได้มองสภาพปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างคลอบคลุม เพราะหากการปฏิบัติงานภายใต้การควบคุมดูแลมีแนวโน้มหรือความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ หรือก่อให้เกิดผลกระทบใดๆ ตามมาก็จะได้สามารถวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ รวมถึงสามารถให้การรับมือได้อย่างทันท่วงทีนั่นเอง แต่นอกเหนือจากเหตุผลดังกล่าวแล้ว เราไปดูกันว่า ยังมีเหตุผลอะไรอีกบ้างที่ผู้ปฏิบัติงานจำเป็นจะต้องเข้ารับการอบรมหลักสูตร จป.หัวหน้างาน จป.บริหาร คปอ

1.รับมืออุบัติเหตุในระหว่างทำงานได้ดี

การพัฒนาภายในองค์กรไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็ตาม โดยเฉพาะในส่วนที่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์และการประสบอุบัติเหตุ ย่อมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ควบคู่กันในสถานปฏิบัติการ ซึ่งการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำงานนั้นย่อมจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการทำงานกับเครื่องจักร แม้ว่าอุปกรณ์เหล่านั้นจะนำมาซึ่งความสะดวกสบาย แต่ผู้ปฏิบัติงานอาจจะยังมีความบกพร่องจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในขณะปฏิบัติงานอยู่ จึงอาจสร้างความเสียหายหรือก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา

นอกจากนี้ ผู้ปฏิบัติงานที่ประมาท เช่น การถอดอุปกรณ์ความปลอดภัยออก หรือปฏิบัติงานในส่วนที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุได้ด้วยเช่นกัน แต่การเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรนี้จะสามารถทำให้ผู้อบรม มีความรู้ความสามารถทั้งด้านการใช้อุปกรณ์เครื่องจักรและรู้เท่าทันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น ตลอดจนแผนการรับมือไปพร้อมกันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

2.ลดความสูญเสียทางตรงและทางอ้อม

ความสูญเสียจากการเกิดอันตรายจากการทำงานนั้น ย่อมทำให้งานล่าช้าและเสียทรัพยากรไปอย่างมากมาย โดยความสูญเสียทางตรงและทางอ้อมประกอบด้วย

>>ทำไมต้องอบรมหลักสูตร จป.หัวหน้างาน จป.บริหาร คปอ.

  • การสูญเสียเวลาของผู้ที่บาดเจ็บ
  • การสูญเสียเวลาของบุคคลอื่นที่ต้องหยุดงาน เนื่องจากการนำผู้ประสบเหตุส่งโรงพยาบาล หรือสาเหตุอื่น ๆ
  • ค่าการสูญเสียเวลาในการปฐมพยาบาล
  • ค่าเสียหายเนื่องจากเครื่องจักรชำรุด เครื่องมือชำรุด หรือทรัพย์สินอื่น ๆ ข้าวของเสียหาย
  • ค่าเสียหายที่ทำให้การผลิตชะงัก ส่งสินค้าไม่ทันตามกำหนด หรืองานเสร็จไม่ทันตามกำหนด
  • ค่าจ้างที่นายจ้างต้องจ่ายให้ลูกจ้างที่ประสบอุบัติเหตุและค่าสวัสดิการในการพักรักษาตัว

3.กฎหมายบังคับ

ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ในปี พ.ศ.2549 หมวด 1 บททั่วไป ข้อ 7 ได้กำหนดให้นายจ้างในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตามที่กำหนดไว้ จะต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน โดยแต่งตั้งภายใน 180 วัน และข้อ 19 ที่กำหนดให้นายจ้างในสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตามที่กำหนดไว้ ต้องแต่งตั้งลูกจ้างระดับบริหารเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหารของสถานประกอบกิจการร่วมด้วย ไม่เช่นนั้น ถือว่าเป็นอันผิดต่อกฎหมาย ซึ่งทั้งนายจ้างและลูกจ้างจำเป็นจะต้องเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตร จป.หัวหน้างาน จป.บริหาร คปอ. เพื่อเสริมทักษะความรู้ ความสามารถเป็นอย่างดีเสียก่อน จึงจะสามารถปฏิบัติภารกิจตามตำแหน่งหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และยังไม่เป็นการละเมิดต่อกฎหมายอีกด้วย

4.มีความผิด หากไม่เข้ารับการอบรม

หากสถานประกอบการไม่มีเจ้าหน้าที่เหล่านี้ ต้องมีความผิด เช่น กรณีไม่มี คปอ..มาตรา 13 ให้นายจ้างจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงานหรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ถ้าไม่ปฏิบัติตามจะมีบทลงโทษตามมาตรา 56 นายจ้างผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 13 มาตรา 16 หรือมาตรา 32 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือหากสถานประกอบการไม่มี จป.ตามที่กฎหมายกำหนดตามประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมเรื่องความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง ลงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2540 และผ่านการอบรมเพิ่มและทดสอบตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด

>>ทำไมต้องอบรมหลักสูตร จป.หัวหน้างาน จป.บริหาร คปอ.

จากหน่วยงานที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานรับรองในหลักสูตรที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ จะมีอัตราโทษปรับสูงสุดสำหรับผู้ฝ่าฝืนคือ 200,000 บาท แยกตามความผิด โดยผู้กระทำการแทนนิติบุคคล 200,000 บาท นายจ้าง หรือกรรมการผู้จัดการ 200,000 บาท รวมแล้วไม่เกิน 400,000 บาท และมีคำสั่งให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน หากไม่เช่นนั้นจะอายัตเครื่องจักรไม่ให้สามารถดำเนินการได้

และนี่ก็คือ เหตุผลที่ว่าทำไมต้องอบรมหลักสูตร จป.หัวหน้างาน จป.บริหาร คปอ. เพราะฉะนั้น หากละเลยการเข้าอบรมย่อมเกิดความเสียหายต่อทั้งตนเอง ผู้อื่น และสถานประกอบการซึ่งมีมูลค่ามหาศาลได้ ดังนั้น ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวหรือผู้ที่มีความเกี่ยวข้องจึงควรตระหนักและป้องกัน โดยการเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มเติมความรู้ ประสบการณ์ และเพื่อการทำงานที่ดีอย่างมีมาตรฐาน โดยไม่เป็นการผิดต่อกฎหมายด้วยนั่นเอง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.